Exclusive Interview : นพ.เหรียญทอง แน่นหนา เปิดใจมุมมองการบริหารแผ่นดินในยุคนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

Publish 2018-07-18 14:34:33


ในช่วงของยุครัฐบาลทหารที่ประชาชนมีทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วยนั้นทำให้เกิดการพูดถึงในหลายมิติ ซึ่งในวันนี้สำนักข่าวทีนิวส์ได้เจาะลึกความคิด สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ วีรบุรุษที่ถูกกล่าวขวัญมากคนหนึ่งในโลกโซเซียลมีเดีย ซึ่งนพ.เหรียญทองได้บอกเล่าถึงความรู้สึกในการบริหารราชการแผ่นดินของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไว้น่าสนใจแบบฉบับหมอเหรียญทองดังบทสัมภาษณ์ต่อไปนี้

 

ทีนิวส์ : อยากถามพี่หมอเรื่องสถานการณ์การเมืองตอนนี้คาดว่าปี 62 ก็น่าจะได้เข้าสู่สนามเลือกตั้ง แต่ว่าตัวการบริหารงานของพล.อ.ประยุทธ์ ที่พี่หมอติดตามมาตั้งแต่การชุมนุมเสร็จสิ้นจนเกิดรัฐประหารแล้วก็เริ่มดำเนินมาตั้งแต่ปี 57 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน พี่หมอประเมินสถานการณ์การเมืองหรือการบริหารงานของพล.อ.ประยุทธ์ ยังไงบ้าง

 


 



นพ.เหรียญทอง : คืออันที่หนึ่งเนี่ยพูดไปก็หาว่าผมเชียร์ท่าน แต่ผมก็เชียร์ท่านจริงๆ นะครับ คืออันที่หนึ่งอย่างน้อยๆ ความสงบมันเกิดขึ้น เราอาจจะ ส่วนที่เราคาดหวังว่าจะต้องปฏิรูปเรื่องต่างๆ นาๆ หลายเรื่องมันก็ไม่ได้เป็นรูปธรรม อันนี้เราต้องเข้าใจนะครับว่าทุกสิ่งทุกอย่างไม่สามารถทำได้เหมือนดีดนิ้ว และไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะต้องทำได้สำเร็จทุกเรื่อง แต่เรื่องสำคัญที่สุดคือความสงบเรียบร้อยภายในบ้านเมือง สถานการณ์ความรุนแรงต้องไม่เกิดขึ้น อันนี้ต้องทำให้ได้ก่อนซึ่งอันนี้เห็นผล 

 

เพราะฉะนั้นบนความสงบของบ้านเมืองที่เกิดขึ้นอันนี้ถือว่าเป็นพื้นฐานสำคัญ ผมถือว่าเราพอใจแล้วนะครับ แต่ส่วนที่เราเหนือจากนั้นเนี่ย เป็นส่วนที่เราคาดหวัง การปฏิรูปด้านต่างๆ เป็นส่วนที่เราคาดหวัง บนความคาดหวังเนี่ย นะครับ 4 ปี ท่านอย่านึกว่าเร็ว แล้วก็อีกอย่างหนึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ทำคนเดียวไม่ได้นะครับ รัฐมนตรีก็ทำเองไม่ได้ ข้าราชการประจำ นะครับ ต้องมีส่วนสำคัญ ภาคเอกชนก็มีส่วนสำคัญ จริงๆ ทุกภาคส่วนต้องร่วมทำอย่างจริงจัง เพราะฉะนั้นเราจะไปโยนความคาดหวังทั้งหมดให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างเดียวไม่ได้ แต่เราต้องยอมรับอย่างหนึ่งนะครับ ว่าท่านทุ่มเท บนความทุ่มเทก็ธรรมดาเพราะท่านอยู่จุดสูงคนที่เคยรักอาจจะไม่รักอาจจะโกรธ อาจจะไม่ชอบ มันเป็นเรื่องธรรมดา

 

ทีนิวส์ : (ถามย้ำ) คนที่คาดหวังว่าอย่างนั้นอย่างนี้อยากให้ทำงาน

 

นพ.เหรียญทอง : นะครับ เพราะฉะนั้นผมเดาใจซึ่งส่วนตัวไม่ได้รู้จักกัน ผมรู้จักท่าน ท่านก็ไม่รู้จักผม ท่านเข้าใจเสียงดังท่านเป็นคนตรงไปตรงมานะครับ แล้วก็ผมพูดตรงๆ ท่านเป็นคนน่ารักนะ ในความเห็นผมท่านเป็นคนน่ารัก ผมว่าท่านพูดตลกด้วยซ้ำไปนะครับ เพราะฉะนั้นเนี่ยท่านก็ไม่ถือหรอกครับ ใครจะวิจารณ์อะไรท่าน แต่ถ้าเพื่อบ้านเพื่อเมืองเนี่ย ท่านก็พยายามจะทำ มีอะไรที่ท่านสามารถทำได้ นะครับ และถูกต้องตามกรอบ ตามเกณฑ์ท่านก็ทำ แต่ถ้าทำเพื่อให้ถูกใจทุกคนทั้งหมดเนี่ย ท่านคงทำไม่ได้ บนหลักท่านยึดความถูกต้องแม้ความถูกต้องจะถูกต้องไปทุกเรื่องก็ไม่ได้เช่นกัน อ่ะผมพูดคำนี้ด้วย เรื่องบางอย่างเราก็คิดว่าเป็นความถูกต้องทำไมท่านไม่ทำ 

 

เราต้องเข้าใจนะครับว่าบนความบริหารราชการแผ่นดินนะครับ แม้เรื่องบางเรื่องที่ถูกต้องเนี่ยแต่ยังสถานการณ์ในจังหวะนั้นมันอาจจะยังทำไม่ได้ ไม่ได้ในทันที อาจจะต้องใช้เวลา หรือใช้ช่วงเวลาอีกอันสมควร ทำนะครับ ไม่ใช่ท่านไม่ทำ หรือแม้ถ้าท่านเอาหูไปนา เอาตาไปไร่หรือหลับตา ไม่ใช่ แต่มันยังอยู่ในจังหวะเวลาที่ทำไม่ได้แต่บนความสงบเรียบร้อยมันเกิดขึ้นนะครับ และการปฏิรูปก็มีความพยายามที่ตั้งใจทำ หลายเรื่องเราก็เห็นนะครับผมคงไม่ต้องพูดถึง หลายเรื่องก็เกิดขึ้นในยุคที่ท่านทำ

 

แต่แน่นอนประชาชนทั้งประเทศนานาจิตตัง ความคาดหวังของคนมันมีมาก แน่นอนเมื่อท่านเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มรูปแบบคนก็คาดหวังว่าท่านมีอำนาจเต็มที่ใช้ได้เลย ม.44 เหมือนผมยังเคยพูด ม.44 กับท่าน ท่านก็บอก เฮ้ย ทำไม่ได้!! นะครับ เราพูดของเรา เราก็พูดของเราไม่ใช่ว่าเราพูดของเราแล้วจะได้ดั่งใจที่เราต้องการอันนี้ผมเข้าใจ 
 



นพ.เหรียญทอง : เพราะฉะนั้นการบริหารราชการแผ่นดินในยุคของพล.อ.ประยุทธ์ อย่างน้อยๆ ความสงบเกิดขึ้น สถานการณ์ความรุนแรงการสูญเสียชีวิต การฆ่ากัน ทำลายล้างกันไม่เกิดหยุดแล้ว สิ่งนี้ผมก็ว่ามันเป็นสิ่งที่ผมพอใจนะ ถึงผมจะเป็นทหารแต่ผมไม่เห็นด้วยกับความรุนแรง และผมต่อต้านการใช้ความรุนแรง และเมื่อเกิดการบาดเจ็บล้มตาย การสูญเสียผมรับไม่ได้ เพราะฉะนั้นการรัฐประหารยึดอำนาจนั้นมันหยุดสถานการณ์ความรุนแรงที่มันเกิดขึ้นได้ ในจุดยืนของผม ผมพอใจ

 

ซึ่งหากใครยังจำกันได้ หมอเหรียญทอง คือบุคคลที่ใครหลายคนประทับใจและเป็นที่รู้จักกันดีเมื่อครั้ง เหตุการณ์การขอคืนพื้นที่บริเวณศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ได้เข้าไปเจรจาและใช้ตัวบัง บังเกอร์เพื่อไม่ให้ตำรวจเข้าสลายการชุมนุมในวันดังกล่าว 

 

โดยหลังจากนั้นก็ได้ยึดอุดมการณ์เห็นพ้องจะให้มีการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้งมาโดยตลอด พร้อมสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือ กปปส. อย่างเต็มที่ โดยไม่หวั่นวิตกว่าจะกระทบกับธุรกิจของตนเอง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลหรือไม่

 


เรียบเรียงโดย : สุกันยา บุญซ้วน