ทวนความจำ"แรมโบ้อีสาน"อดีตแดงฮาร์ดคอร์ ธาตุแท้"นักการเมือง" คนแบบนี้หรือ..ที่ต้องการ??

Publish 2018-07-20 14:59:32


ในบรรดาคนเสื้อแดงที่เป็น”ฮาร์ดคอร์”ระดับ"แถวหน้า" แน่นอนว่าต้องมีชื่อของนาย สุภรณ์ อัตถาวงศ์   “แรมโบ้อีสาน” อยู่ในความคิดของใครหลายๆคน ซึ่งตอนนี้ก็ได้กลับมาสร้างเสียงฮือฮาในแวดวงการเมือง 

 

 วันนี้ “แรมโบ้อีสาน”ลุกขึ้นมาฉะเดือดกับ “ณัฐวุฒิ ใสเกื้อ” เลขาธิการกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ที่ได้ออกมาเตือนความทรงจำ คำสาบานต่อหน้าย่าโมว่าจะ”ไม่เล่นการเมือง”อีก แต่ดันมีชื่อจะเข้าร่วมทำงานการเมืองกับกลุ่มสามมิตร นำโดย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย



โดยแรมโบ้อีสาน ระบุ..“ไม่ทราบว่าตอนที่กล่าวคำสาบานต่อหน้าย่าโมนั้น นายณัฐวุฒิ ได้มาฟังคำพูดของตนหรืออย่างไร”

 

อีกทั้งออกแฉกันเองอีกด้วยว่า ที่ผ่านมาได้ยื่นใบลาออกจากพรรคเพื่อไทยตั้งแต่เดือนมิ.ย. 57 ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทยมานานกว่า 5 ปีแล้ว และผู้ใหญ่ในพรรคก็ไม่เคยเห็นคุณค่าของตน และไม่เคยติดต่ออะไรมาเลย ในยามที่ตนตกระกรรมลำบากตลอดระยะเวลา 4-5 ปี ตนลงพื้นที่มาตลอดไม่เคยทอดทิ้งประชาชน 

 

การกลับมาครั้งนี้ “แรมโบ้อีสาน” อ้างว่า เพราะทนเสียงเรียกร้องจากประชาชนไม่ไหว ประกอบกับมี “ผู้ใหญ่” เห็นคุณค่าและอยากให้ตนกลับมาช่วยกันทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองและประเทศชาติ!!!!

 

หากย้อนดูวีรกรรมเก่าของ “แรมโบ้อีสาน” ต้องถือว่าเป็นผู้หนึ่งที่มีความจงรักภักดีต่อระบอบทักษิณ  การเลือกตั้งใน44 เขาได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในสังกัดพรรคไทยรักไทย และได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส. ครั้งแรก ต่อมาในปี50 ได้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกยุบในคดียุบพรรค 49  ต่อมาในปี 55 เขาได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย

 



ในส่วนฐานะแกนนำนปช. พูดได้เลยว่า เกินคำว่าธรรมดาไปไกล เพราะด้วยลีลาการปราศรัยที่ดุเดือด หยาบคาย ถือเป็นฮาร์ดคอร์พอๆ กับอริสมันต์ พงศ์เรือง, ขวัญชัย ไพรพนา,  ยศวริศ ชูกล่อม หรือ “เจ๋ง ดอกจิก”

 

ในปี53 การชุมนุมประท้วงที่แยกผ่านฟ้า “แรมโบ้อีสาน” เป็นผู้นำกลุ่มผู้ชุมนุมโกนหัวประท้วงรัฐบาล แล้วต่อมาได้นำม็อบไปประท้วงที่หน้าอาคารรัฐสภา  ยังได้บุกเข้าไปภายในรัฐสภาด้วย จนกระทั้งถูกออกหมายจับ 

 

ในเวลาต่อมา “แรมโบ้อีสาน” เป็นแกนนำพาชุมนุม บุกยืดสถานีดาวเทียมไทยคม  ลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานีอีกด้วย

 

แรมโบ้อีสาน เคยกล่าวจะเสนอต่อที่ประชุมแกนนำ นปช. ว่าควรจะมีการยกระดับการชุมนุมในวันที่ 19 เม.ย.53 ด้วยการขยายพื้นที่การชุมนุมของคนเสื้อแดงให้ยาวไปปิดถนนสีลม ซึ่งเป็นเส้นทางเศรษฐกิจ โดยจะตั้ง เวทีใหญ่หน้าธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ย่านศาลาแดงไปจนถึงถนนเจริญกรุง 41 เพื่อกดดันให้นายอภิสิทธิ์ตัดสินใจยุบสภาให้เร็วขึ้น เพราะเป็นเส้นทางถนนที่หากมีการชุมนุมแล้วจะสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจอย่างหนัก

 

อย่างไรก็ตามสำหรับกรณีการกลับมาของ”แรมโบ้อีสาน” ในครั้งนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงเนื้อแท้ของนักการเมือง  ที่เขาว่ากันว่า “จมูกไว” เป็นแบบนี้เอง เมื่อได้ กลิ่น โชยๆ ต้องรีบปลีกตัวออกมา หาช่องทางเพื่อให้ตัวเองได้ไปต่อ ปากที่เคยอ้างอุดมการณ์ บอกทำเพื่อประชาชน ..วันนี้ก็ต้องตั้งคำถามว่าทำเพื่อประชาชน หรือ ปากท้องของตัวเอง และที่สำคัญ คนแบบนี้น่ะหรือ.. จะเข้ามาเป็นตัวแทนราษฎร คนที่จะเข้าร่วมในการบริหารประเทศ

 

 

และสำหรับกลุ่มสามิตร จะรวมตัวกับ “พลังประชารัฐ” หรือไม่นั้น  ต้องเรียนว่าก็อย่างเพิ่งหลงไปกลับกระแส เนื่องจากยังไม่มีอะไรชันเจนอย่างท่องแท้.. งานนี้ต้องติดตามต่อไป!!!


เรียบเรียงโดย : วิลาสินี แววคุ้ม