เปิดปูมเด็ดเผ็ดร้อน 10 วีรกรรมฉาว ลูกชายสุดรักตระกูล "อยู่บำรุง"

Publish 2018-07-24 16:36:28


เชื่อว่าหลายคนคงรู้จัก หรือได้ยินชื่อเสียงของครอบครัว "อยู่บำรุง" กันมาบ้างซึ่งคนส่วนใหญ่ อาจจะคุ้นกันดีกับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นที่รู้จักในฐานะนักการเมืองที่โดดเด่นด้านการพูด และลีลาการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร เป็นบุคคลที่สามารถโน้มน้าวใจให้ผู้ฟังเชื่อได้ แต่หลายครั้งมีการใช้คำพูดที่ฟังดูรุนแรงซึ่งก็เป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้คนส่วนใหญ่จดจำ

 

ร.ต.อ.เฉลิม เริ่มต้นชีวิตทางการเมืองด้วยการเป็น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2529 ได้ก่อตั้ง พรรคมวลชน และดำรงตำแหน่ง เป็น หัวหน้าพรรค โดยมีฐานเสียงสำคัญในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ฝั่งธนบุรี โดยเฉพาะ เขตภาษีเจริญ และ เขตบางบอน โดยร.ต.อ.เฉลิม มีบุตรทั้งสิ้น 3 คน เป็นชายล้วนคือ นายอาจหาญ นายวัน และนายดวง อยู่บำรุง 

 

หลังจากที่ ร.ต.อ.เฉลิม แจ้งเกิดในสังคมไทย ฝ่ายลูกๆ ก็ต่างแย่งกันแจ้งเกิดให้เป็นที่รู้จักของคนในสังคมไม่แพ้กัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นในเรื่องการวิวาท คดีความ วันนี้สำนักข่าวทีนิวส์ ได้รวบรวมวีรกรรมซึ่งจะหยิบยกมา เพียง 10 วีรกรรม หลักๆ ที่ครอบครัว "อยู่บำรุง" ได้เคยทำไว้ ต้องบอกว่านี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น โดยรายละเอียดดังต่อไปนี้


1. วันที่ 12 เมษายน 2540 เวลา 02.00 น.เศษ 
คดีเอเลี่ยนผับ อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายวัน ซึ่งติดตาม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น ไปตรวจราชการที่ จ.ภูเก็ต และได้ไปเที่ยวเอเลี่ยนผับ กับพรรคพวกกลุ่มใหญ่ แล้วก็สร้างวีรกรรมมีเรื่องกับกลุ่มวัยรุ่นเจ้าของพื้นที่ ปรากฏว่ามีคนถูกยิง 2 คน และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก

 

นายวัน ตกเป็นหนึ่งในจำเลยในเหตุการณ์นั้นด้วย ผลสรุปคดีนี้ อัยการสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากไม่มีพยานยืนยันแน่ชัด จากนั้นมี ข่าวว่า นายวัน เบี้ยวค่าสกู๊ตเตอร์ที่พัทยาจนครอบครัวต้องชี้แจงขณะไปพักผ่อนที่โรงแรมโบนันซ่า เมื่อ 22 เมษายน 2540 ปลายปีหลังจาก ร.ต.อ.เฉลิม พ้นตำแหน่ง มท.6 อัยการจังหวัดภูเก็ต สั่งรื้อคดีเอเลี่ยนผับใหม่อีกครั้ง ในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2540


2. วันที่ 27 มีนาคม 2541 เวลา 01.45 น. 
คดีฟิวเจอร์ผับ นายวัน กับพวก ถูกกล่าวหาว่าก่อเหตุทะเลาะกับกลุ่มวัยรุ่นของ น.ส.กาญจนา นุ่มน้ำมูล แฟนสาวของลูกชายนายสิทธิพร ขำอาจ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ และนายวินัย หรือปาน แซ่ตั้ง หัวคะแนนนายสิทธิพร ที่ฟิวเจอร์ผับ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค แจ้งให้ดำเนินคดี ในข้อหาทำร้ายร่างกายและทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส สรุปพนักงานอัยการ กองคดีอาญา สำนักงานอัยการสูงสุด ปิดคดี โดยมีความเห็น ยุติไม่ฟ้องผู้ต้องหา เนื่องจากไม่มีพยานยืนยันได้ว่า นายวัน ร่วมกระทำความผิดในวันนั้น 
 



3. วันที่ 1 สิงหาคม 2541 เวลา 23.00 น.  
คดีทอรัสผับ นายวัน ถูกแจ้งความดำเนินคดีฐานทำร้ายร่างกาย นายอัครเดช สุขรังสรรค์ บุตรชายนายประสาน สุขรังสรรค์ อดีตรองอธิบดีกรมการปกครอง จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ในงานเลี้ยงของนายอัครเดช ที่ฉลองการจบจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ “ทอรัสผับ”

 

เมื่อเวลา 23.00 น. คืนวันที่ 30 กรกฎาคม 2541จากนั้นวันที่ 5 ก.ย. วันเฉลิม ไปมอบตัวที่สน.ทองหล่อ และให้การปฎิเสธตลอดข้อกล่าวหา ร.ต.อ.เฉลิม บอกว่าคดีนี้เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง หากมีหลักฐานจะฟ้องกลับนายตำรวจที่ทำคดีนี้ทันทีเพื่อเป็นเยี่ยงอย่าง 


4. วันที่ 1 ตุลาคม 2541 เวลา 01.30 น. 
คดีนาร์ซีซัส สน.ทองหล่อ พี่ชายคนโต นายอาจหาญ ถูกแจ้งความดำเนินคดีฐานทำร้ายร่างกาย น.ส.ปทิตตา พรรณโอรส นักศึกษามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญบริหารธุรกิจ (เอแบค) อดีตแฟนสาวที่นาซีซัสผับ

 

โดยหลังจากรักษาตัวที่โรงพยาบาลคามิลเลี่ยน ได้ให้การว่าถูก นายอาจหาญ อดีตแฟนเก่ากับพวก ทำร้ายร่างกาย ที่บริเวณลานจอดรถหน้า นาร์ซีซัสผับ คดีนี้จบลงด้วย นายอาจหาญ ได้พาดาราสาวคนหนึ่งมาเป็นพยานยืนยันว่า นายอาจหาญ ไม่ได้ทำร้ายร่างกายอดีตแฟนเก่า 

 

5. วันที่ 11 กรกฎาคม 2542 เวลา 01.30 น. 
คดีเรดบาร์ อาร์ซีเอ สน.มักกะสัน กลุ่มของลูก ร.ต.อ.เฉลิม ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันในผับ “เรดบาร์” ย่านอาร์ซีเอ เขตห้วยขวาง กทม. คราวนี้ฉาวโฉ่ขึ้นเป็นสองเท่า เพราะเมื่อนักข่าวและช่างภาพไทยรัฐไปทำข่าว นายวัน กับพรรคพวกได้พากันยื้อแย่งเอากล้องและฟิล์มไป

 

รวมทั้งแสดงอาการคุกคามด้วยการทุบรถของนักข่าวด้วย เลยถูกกองบรรณาธิการไทยรัฐแจ้งความดำเนินคดี ขณะที่สมาคมนักข่าวฯ ออกแถลงการณ์ประณามพฤติกรรมดังกล่าว แต่ที่สุดข้อสรุปคือ ร.ต.อ.เฉลิม ได้พาลูกชายไป ขอขมาหย่าศึกและมีรายการเตะลูกหนังกระชับมิตรระหว่าง ทีมอยู่บำรุงกับทีมข่าว อาชญากรรมไทยรัฐ 

 

6. วันที่ 26 กรกฎาคม 2542 เวลา 03.00 น.
คดีสปาร์คผับ สน.ห้วยขวาง ถึงคิวน้องคนสุดท้อง นายดวง อยู่บำรุง ที่ขณะนั้นยังเรียนหนังสืออยู่ พาพวกไปก่อเหตุทะเลาะวิวาทชกต่อยกับกลุ่มนักเที่ยว ที่หน้า “สปาร์คผับ” ชั้นใต้ดิน โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาฯ โดยมีชายคนหนึ่งในกลุ่มได้ชักปืนยิงขึ้นฟ้า 2 นัด ซึ่งในคืนนั้น นายวัน กับพวก 10 คนเข้าไปเที่ยวด้วยแต่กลับก่อน

 

เมื่อสายตรวจ สน.ห้วยขวาง ไปถึงที่เกิดเหตุ ไม่สามารถจับกุมใครได้ นอกจากเก็บปลอกกระสุนขนาด 7.65 ที่ตกอยู่ 2 ปลอก  และไม่มีพยานใดกล้ายืนยันหรือมาให้ปากคำซัดทอดถึง นายดวง เลยรอดตัวไป 



7. วันที่ 26 กันยายน 2542 เวลา 03.15 น. 
คดีทุบกระถาง สน.วังทองหลาง นายดวง ควบรถเก๋งกับเพื่อน 4-5 คน ไปกดออดที่บ้านของ น.ส.ภัทรวลัย อนันตศิริภัทร อายุ 21 ปี เพื่อนสาวที่ซอยศูนย์วิจัย 4 ถนนพระราม 9 แขวงบางกะปิ ห้วยขวาง เพื่อขอพบ น.ส.ภัทรวลัย ซึ่งเคยสนิทสนมกันมาก่อน

 

แต่ปรากฏว่า น.ส.ภัทรวลัย ไม่อยู่บ้าน นายดวง เข้าใจว่าสาวเจ้าหลบหน้า เลยอาละวาดกวาดกระถางต้นไม้และถอยรถชนกระถางหน้าบ้านที่วางอยู่ริมรั้วตกแตกเสียหาย แม่ของฝ่ายหญิงต้องโทรศัพท์แจ้งตำรวจเพราะกลัวนายดวง จะทำอะไรมากกว่านั้ น คดีจบเมื่อ ร.ต.อ.เฉลิมโทรศัพท์ไปขอโทษและชดใช้ ค่าเสียหายให้ 


8. 12 ตุลาคม 2543 
คดีคาเฟ่เรคคอร์ด สน.ทองหล่อ นายดวง ก่อเหตุทะเลาะวิวาทอีกครั้งกับนักศึกษาเอแบค ที่ “คาเฟ่เรคคอร์ด” ซึ่งคราวนี้ดูจะอื้อฉาวกว่าทุกครั้ง เพราะผู้เป็นพ่อเข้าร่วมวงถล่มตำรวจ ด้วยการยืนด่ากราดตำรวจ สน.ทองหล่อ และนักข่าวหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ด้วยใบหน้าแดงก่ำ เลยพลอยตกเป็นจำเลยไปกับลูก ฐานหมิ่นประมาทตำรวจ และเป็นจำเลยสังคมฐานเกรี้ยวกราด หยาบคายเกินเหตุ 

 

แต่ช่วงปลายปีต่อเนื่องถึงต้นปี 2544 ไม่มีข่าวฉาวของบรรดาบุตรชายร.ต.อ.เฉลิมเลย เพราะ นายอาจหาญ กับ นายวัน ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. หลังการเลือกตั้งแม้ทั้งสองจะไม่ได้รับเลือก แต่ นายวัน ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษา นายบุญชง วีสมหมาย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง ในเดือนเมษายน

 

ส่วนนายดวง ได้บวชเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2544 โดยมี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สะพายบาตรนำส่งเข้าโบสถ์ด้วยตัวเอง หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน พล.อ.ชวลิตก็ได้ลงนามอนุมัติให้นายดวง เข้าเป็นนายทหารสังกัดสำนักงานเลขานุการ รมว.กลาโหม ของ พล.ต.ศรชัย มนตริวัต เลขานุการ รมว.กลาโหม และในวันที่ 8 มิถุนายน ก็ได้รับการประดับยศ “ร้อยตรี” จากมือของ พล.อ.ชวลิต นายดวง ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2544 หลังจากที่ได้ทำงานในกระทรวงกลาโหมว่า เดี๋ยวนี้กลางคืนไม่ได้ไปเที่ยวไหนแล้ว ประมาณสี่ทุ่มต้องเข้านอน ไม่อย่างนั้นจะตื่นไปทำงานเช้าไม่ไหว 

 

9. วันที่ 29 ตุลาคม 2544 เวลา 01.30 น. 
คดี ทเวนตี้ผับ นายดวง ก่อเหตุยิง ด.ต.สุวิชัย รอดวิมุติ ตำรวจกองปราบปราม เสียชีวิตใน “ทเวนตี้ผับ” โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ถ.รัชดาภิเษก และถูกออกหมายจับในวันเดียวกัน เป็นคดีที่ถือว่า “ร้ายแรง” ที่สุดนับตั้งแต่ 3 ศรีพี่น้องตระกูล “อยู่บำรุง” ก่อขึ้นมา

 

10. ล่าสุด 23 เมษายน 2561
คดี เดโม่ผับ ซ.ทองหล่อ 10 นายวัน ซึ่งมาพร้อมกับบุตรชาย คือ นายอาชวิน หรือ กาโม่ อยู่บำรุง นายยศพัฒน์ หรือ ปุ้ย สัมพันธ์ชัย และมีผู้ติดตามอีก 7-8 คน โดยนายวัน ได้ทำร้ายร่างกาย นายภานุวัฒน์ หรืออั๋น ปุณณรัตนกุล อายุ 34 ปี นักธุรกิจทายาทร้านทองรุ่นที่ 2 “แม่ทองสุก” เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ไปมีปัญหากับ นายอาชวิน บุตรชาย ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยการใช้มือตบไปที่หน้าอกของนายภานุวัฒน์เบาๆ ไม่ได้พูดอะไร ก่อนที่จะแยกย้ายกันขึ้นรถ

 

เมื่อนายภานุวัฒน์เดินขึ้นรถเก๋งส่วนตัวไปแล้ว ก็ได้ยินเสียงนายวัน ร้องเรียกให้นายภานุวัฒน์ลงมาหาอีก แต่ครั้งนี้นายวันกลับไม่พูดอะไร ก่อนจะใช้หมัดต่อยเข้าที่ใบหน้าของนายภานุวัฒน์หลายครั้ง ซึ่งผู้เสียหายก็พยายามจะใช้มือปัดป้อง แต่ก็ถูกต่อยจนล้มลง พอจะลุกขึ้นยืนก็ถูกนายยศพัฒน์ชักอาวุธปืนออกจากเอวขึ้นมาข่มขู่ไม่ให้ผู้เสียหายสู้ ขณะนั้นก็ยังถูกนายอาชวินเข้ามาเตะซ้ำอีก แล้วนายยศพัฒน์ ก็ยังยิงปืนขึ้นฟ้าข่มขู่เพื่อนของผู้เสียหาย เพื่อไม่เข้ามาช่วยเหลือ หลังลงมือเสร็จแล้ว กลุ่มของนายวันก็ขึ้นรถขับออกไปจากที่เกิดเหตุทันที

 

หลังจากเกิดเหตุผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความที่ สน.ทองหล่อ พร้อมกับเข้าร้องเรียนที่กองปราบปราม เนื่องจากเห็นว่ากลุ่มผู้ต้องหาเป็นผู้มีอิทธิพล ต่อมาพนักงานสอบสวนของกองปราบปราม จึงได้ยื่นคำร้องขอศาลอาญากรุงเทพใต้ ออกหมายจับ กระทั่งผู้ต้องหาเดินทางเข้ามามอบตัวเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ภายหลังเข้ามอบตัวพนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้เร่งสอบปากคำนายวัน โดยในขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการดำเนินคดี


เรียบเรียงโดย : สุกันยา บุญซ้วน