น้ำเพียงพอจนถึงหน้าแล้งปี 63 !!! "รองอธิบดีกรมชล" ย้ำ "เกษตรกร"ใช้น้ำอย่างประหยัดปลายปีควรปลูกพืชน้ำน้อย (คลิป)

Publish 2018-07-25 11:16:43


ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษา กรมชลประทาน  ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการเนชั่นเจาะข่าวร้อน  ถึงกรณีของสถานการณ์ภัยแล้ง สิ่งที่น่าห่วงจะเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงทำให้เกิดหน้าแล้งยาวถึงปี 63 ทางด้านรัฐบาลผ่านทาง สทนช. มีสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยเรกูเลเตอร์ คอยกำกับดูแลการจัดการน้ำของทั้งประเทศ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็มีความห่วงใย มีการตั้งทำแผนยุทธศาสตร์จัดการน้ำ โดยมี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ เป็นประธาน แผนตรงนี้ได้คำนึงถึงเกี่ยวกับเรื่องภาวะฝนแล้ง ฝนทิ้งช่วง หรือน้ำหลาก ในการจัดการน้ำของกรมชลประทานเอง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร กฤษฎา บุญราช ได้สั่งการทางกรมชลประทาน ให้จัดการน้ำโดยคำนึงถึงสภาพภูมิอากาศด้วย มีการเอาผลการคาดกาารณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา มาทำแบบจำลองของกรมชลประทานเอง ทางด้าน ดร.ทองเปลว กำชับเรื่องนี้มากๆ ในการบริหารจัดการน้ำ เรามองข้ามปี 



ส่วนคำถามที่ว่า ปริมาณฝนที่ตกบนบริเวณตอนของประเทศ ณ ตอนนี้ สามารถไหลลงเขื่อนใหญ่ๆ และสามารถรองไว้ช่วงหน้าแล้งได้ไหม? 

ในส่วนนี้ประเทศของเราเองมีเขื่อนขนาดใหญ่ทั้งหมด 25 เขื่อน เช่นเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิตติ์ เขื่อนแควน้อย เขื่อนป่าสัก และมีอ่างเก็บน้ำขนาดกลางอยู่ประมาณ 412 แห่ง รวม 447 แห่ง ปัจจุบันปริมาณน้ำทั้งหมด 65% หรือกว่า 49,000 ร้อยล้าน ยังสามารถรองรับปริมาณน้ำอีกประมาณ 26,000 ล้านโดยประมาณ หรือ 35% ตรงนี้ในแต่ละภูมิภาค ยกตัวอย่างในภาคเหนือเขื่อนหลักๆ ของเรา เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิตติ์ เรามีปริมาณน้ำทั้งหมดอยู่ประมาณ 14,000 ล้าน เราสามารถจะรองรับน้ำที่จะลงมา เปิดช่องว่างที่สามารถเติมน้ำลงไปได้อีก 11,700 กว่าล้าน มาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลเองได้สั่งการมาทางกรมชลประทาน ทางกรมชลประทานเองก็มีการทำยุทธศาสตร์ในการดำเนินการ เช่น ตอนบนจะกักน้ำไว้ ตอนกลางจะหน่วง พอมาตอนปลายจะเร่งระบาย พอเรามองทั้งเรื่องน้ำแล้ง น้ำท่วม หรือแม้แต่คุณภาพน้ำ 



จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาทางด้านกรมชลประทานก็นำมาทำเป็นแบบจำลอง จำนวน 4-5 รูปแบบด้วยกัน ตั้งแต่น้ำน้อยน้ำเฉลี่ย จนถึงบวกพายุเข้าไป ปรากฏว่าวันที่ 1 พฤษจิกายน 61 เราจะมีน้ำค่าเฉลี่ยใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ซึ่งเพียงพอจนถึงหน้าแล้งปี 63 แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เป็นเรื่องของธรรมชาติก็ต้องมีการติดตาม เกี่ยวกับเรื่องสภาพภูมิอากาศเพราะประเทศของเราเองอยู่ในเขตศูนย์สูตร ความผันผวนของอากาศย่อมมีแน่นอน อย่างที่นักวิชาการบอกว่าปีหน้าจะเกิดภัยแล้ง ทางด้านกรมชลประทานเองก็ติดตามจากองค์กรต่างประเทศ ว่าจะมีภัยแล้ง แต่ว่าเราต้องใช้น้ำอย่างประหยัด 


ส่วนคำถามที่ว่า มีการบูรณาการร่วมกับด้านกระทรวงเกษตร ในเรื่องของการวางแผนพื้นี่เพาะปลูก ในเรื่องของการจะจ่ายน้ำลงไปในแต่ละพื้นที่ 

ในส่วนนี้เป็นเป้าหมายหลักของรัฐบาลเอง ต้องมีการบูรณาการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วนเราเลยมีสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติขึ้นมา การปลูกพืชต่างๆมีการวางแผนการใช้น้ำ อย่างเช่นรัฐบาลเองจะมีนโยบายที่ว่า พืชหลังนาควรเป็นพืชน้ำน้อย เพราะเราปลูกข้าวประเทศเรา ทั้งในนาปีเองประมาณปีละ 58 ล้านไร่ และนาปรังประมาณ 12 ล้านไร่ รวมทั้งปีเฉลี่ยประมาณ 70 ล้านไร่ ยังไงก็ต้องมมีการใช้พืชใช้น้ำน้อยต้องดูความต้องการใช้และการผลิต 

 
ส่วนคำถามที่ว่า  ทุกๆปีจะมีชาวนาที่ถนัดการทำนาปรังอย่างเดียวสำหรับในพื้นที่ที่มีน้ำจำกัด จะเข้าไปพูดคุยอย่างไร  ??

เรื่องนี้ทางกระทรวงเกษตรเอง ท่านรัฐมนตรีได้ให้นโยบายให้ทุกกรมในกระทรวงเกษตรให้ร่วมมือในการที่จะประชาสัมพันธ์เชิญชวนพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรมาปลูกพืชใช้น้ำน้อย 

ยืนยันว่าเรามีแผนยุทธศาสตร์จัดการน้ำซึ่งเป็นแผนที่รัฐบาลได้ดำเนินการตั้งแต่ปี 57 มา มีโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งแก้มลิงทั้งระบบชลประทาน หรือประปาในหมู่บ้าน แต่ว่าจะแล้งไม่แล้งก็ขึ้นอยู่กับพวกเราให้ความร่วมมือร่วมใจใช้น้ำอย่างประหยัด


เรียบเรียงโดย : ไปรยา เปลี่ยนสมัย