เปิดชนวนเหตุต้องฆ่า ย้อนดู 10 คดีสะเทือนขวัญที่สุดแห่ง ปี 2560

Publish 2018-08-02 14:48:49


ปี 2561 มีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นในประเทศไทย ทั้งเหตุการณ์จากภัยธรรมชาติ หรือเหตุการณ์ที่มนุษย์เป็นผู้ก่อให้เกิด แต่ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ใดหากเกิดการต้องสูญเสียทั้งชีวิต และทรัพย์สินแล้วล้วนไม่เกิดผลดีแน่

 

ในวันนี้สำนักข่าวทีนิวส์ ได้หยิบยกเรื่องราวคดีสะเทือนขวัญ 10 คดี ช่วงปี 2560 ที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนใจ ซึ่งนี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของคดีที่ยกมาเท่านั้น หลายเรื่องราวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดจากความรัก กลายเป็นความแค้น การเลิกรัก หรือกระทั่งการขัดผลประโยชน์ เรื่องเงินๆ ทองๆ ความโมหะทำให้เหตุร้ายเกิดขึ้นได้เพียงชั่วพริบตา แต่มันจะส่งผลไปตลอดชีวิตของเรา โดยจะมีเหตุการณ์ใดบ้างนั้น ดังต่อไปนี้

 

1. หมูหยอง ฆาตกรเยาวชนฆ่าชิงทรัพย์น้องรัน
คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2560 นายสาทิตย์ สาแก้วหรือ หมูหยอง หนุ่มน้อยวัย 17 ปี ก่อเหตุฆาตกรรม นายนิรันดร์ อายุ 25 ปี อย่างโหดเหี้ยม ก่อนนำศพไปเผาและฝังอำพรางท้ายหมู่บ้านโสกตลับ ต.โคกสูง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ซึ่งมือแทงคือ นายหมูหยอง อายุ 17 ปี โดยสารภาพด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า "ที่ฆ่าเพราะอยากได้รถ ทำแล้วก็เฉยๆ ก็ไม่รู้สึกอะไร ชีวิตมันก็เหมือนกันแหละครับ ฆ่ามดฆ่าปลาทำไมไม่เห็นคิดว่าบาป แค่คิดว่าเป็นสัตว์ธรรมดาก็ฆ่ามันได้ คนก็เหมือนมดแหละครับ" 

 

หมูหยอง เคยก่อเหตุฆ่าคนตายมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2559 ขณะนั้นอายุเพียง 16 ปี ซึ่งลักษณะการก่อเหตุคล้ายกันคือฆ่าชิงทรัพย์โดยการแทงเจ้าทุกข์ถึง 5 แผลก่อนขโมยทรัพย์สินผู้เสียชีวิตไป และเมื่อตรวจสอบประวัติย้อนหลังกลับไปจะพบข้อมูลอีกว่าหมูหยองเริ่มก่อคดีตั้งแต่ตอนอายุ 14 ปีเท่านั้น เป็นคดีลักทรัพย์และเสพยาเสพติด

 

 

2. เปรี้ยวฆ่าโหดน้องแอ๋ม หั่นศพอำพรางคดี
เป็นเหตุการณ์ฆาตกรรมสะเทือนขวัญที่สังคมไทยยากจะลืม กรณีฆ่าหั่นศพ นางสาววริสรา หรือ แอ๋ม อายุ 22 ปี สภาพศพถูกแยกชิ้นส่วนใส่ถังพลาสติกสีดำขนาด 30 ลิตร ฝังไว้บริเวณบ้านโนนสง่า จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 60 ที่ผ่านมา โดยคดีนี้ตำรวจสามารถจับทีมสังหารได้ 4 คน คือ นางสาวปรียานุช หรือ เปรี้ยว, นางสาวกวิตา หรือ เอิร์น, นางสาวอภิวันท์ หรือ แจ้ และ นายวศิน หรือ นิว แต่ผู้ลงมือเชือดคือเปรี้ยวหญิงสาวที่มีรูปร่างหน้าตาดีทำให้สังคมยิ่งจับตามองถึงความอำมหิต 

 

โดยได้สารภาพว่าตนเองโกรธแค้นที่แอ๋มเป็นคนแจ้งเบาะแสให้ตำรวจมาจับตนพร้อมเพื่อนแก๊งในคดียาเสพติดและแอ๋มยืมเงินไป 3-4 หมื่น แต่ไม่ยอมคืน วันเกิดเหตุบังเอิญไปเจอแอ๋มจึงรับขึ้นรถเพื่อเคลียร์ปัญหาและอยากจะสั่งสอนเท่านั้น แต่กลับพลั้งมือฆ่าจนเสียชีวิต จึงคิดอำพรางศพโดยการถ่วงน้ำ แต่เนื่องจากศพเริ่มแข็งตัว เกรงว่าหากถ่วงน้ำศพจะลอยขึ้นมาจึงใช้วิธีหั่นศพฝังดิน "ถ้าไม่บังเอิญเจอกัน แอ๋มก็คงไม่ตาย" 

 



3. ฆ่าโหดสามเณรปลื้ม
คดีนี้ถือได้ว่าเป็นการเปิดโปงขบวนการหากินกับวัดนำผลประโยชน์เข้าตัวเอง โดยชนวนเหตุต้องฆ่าสามเณรปลื้มวัย 17 ปี พร้อมโบกปูนทับเพื่ออำพรางคดีในวัดวังตะวันตก จังหวัดนครศรีธรรมราช 1 มิถุนายน 60 ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาคือ พระเด่นชัย นางบิว ภรรยาของพระเด่น สามเณรสุริยา ซึ่งพระเด่นชัยและสามเณรสุริยา สารภาพว่าได้ร่วมกันใช้ท่อนเหล็กแป๊บและของแข็งทุบตีสามเณรปลื้ม จนสลบเหมือดไป 2 ครั้งแล้วรุมตีซ้ำอีก จนกะโหลกยุบและเสียชีวิต ในเวลาต่อมาก่อนจะนำศพไปฝังใต้ฐานพระแล้วโบกปูนทับ

 

โดยพระเด่นชัยอ้างว่าสามเณรปลื้มไปขโมยทรัพย์สินของภรรยาไปแต่ไม่ยอมรับจึงลงมือซ้อมและทุบตีจนแน่นิ่ง แต่เมื่อสืบไปสืบมาตำรวจพบเส้นทางการเงินของพระในวัดที่ดูแปลกไป และมาเฟียที่เข้ามาควบคุมวัดโดยเป็นภรรยาของเจ้าอาวาสที่ใช้อำนาจตั้งตนขึ้นมาเอง ทำให้ตำรวจคิดได้ว่าเพราะสามเณรปลื้ม อาจจะไปล่วงรู้เรื่องราวผลประโยชน์ต่างๆ ของกลุ่มผู้ต้องหาจึงถูกพาไปรุมซ้อมจนตาย โดยนางบิว ภรรยาของพระเด่น ถือว่าเป็นผู้มีอิทธิพลภายในวัดและเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของวัดทั้งหมด

 

 

4. ทวงหนี้บังฟัต ฆ่ายกครัว 8 ศพ 
10 กรกฎาคม 60 คดีสะเทือนขวัญที่ถูกพูดถึงอย่างมาก เมื่อมีเหตุการณ์กลุ่มคนร้ายแต่งตัวคล้ายทหารเข้าค้นบ้านของนายวรยุทธ สังหลัง อายุ 46 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 จ.กระบี่ ก่อนจะทำการสังหารโหดสมาชิกภายในบ้านยกครัว โดยจ่อยิงที่หัวทีละคนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 8 ราย มีทั้งผู้ใหญ่และเด็ก แต่มีผู้รอดชีวิตมาได้ 3 คน เนื่องจากว่าถูกยิงเฉี่ยวที่หัวแล้วทำทีแกล้งตาย

 

ซึ่งมือปืนก็คือคนที่รู้จักกันดี นายซูริก์ฟัต หรือ บังฟัต เจ้าหนี้ของผู้ใหญ่บ้าน โดยต่อมาคนร้ายได้ให้สาเหตุที่ต้องฆ่ายกครัวเนื่องจากปมการจำนองที่ดินที่ผู้ใหญ่ นำที่ดินของพ่อตาแม่ยาย 2 แปลงไปจำนองไว้กับบังฟัต เมื่อหลายปีก่อน แต่เมื่อผ่อนหมด บังฟัตกลับไม่สามารถนำเอกสารโฉนดที่ดินมาคืนได้เนื่องจากนำไปจำนองกับธนาคารไว้ และเมื่อถูกผู้ใหญ่บ้านทวงถามหลายครั้ง ประกอบกับถูกผู้ใหญ่ขู่ฆ่า บังฟัตจึงหนีไปอยู่ต่างจังหวัด แล้วย้อนกลับมาวางแผนเพื่ออุ้มฆ่าผู้ใหญ่บ้าน และสร้างหลักฐานเท็จว่าผู้ใหญ่เครียดเรื่องเงินจึงฆ่ายกครัวและฆ่าตัวตาย

 

 

5. แป๊ก ปากหวาน ฆ่าข่มขืน
13 กรกฎาคม 60 คดีการเสียชีวิตของ “น้องพลอย” เด็กหญิงวัย 14 ปี จ.ฉะเชิงเทรา เป็นที่สนใจของสังคมเนื่องด้วยในตอนแรกมีการสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากเหล็กดัดฟันแฟชั่นหลุดเข้าไปขวางหลอดลมจนทำให้ขาดอากาศหายใจและเสียชีวิต แต่หลังจากที่ชันสูตรพลิกศพกลับพบว่าน้องพลอยเสียชีวิตด้วยการขาดอากาศหายใจ มีร่องรอยการถูกทำร้ายที่บริเวณลำคอและมีร่องรอยการถูกข่มขืนอีกด้วย 

 

จึงนำไปสู่การจับกุมตัวฆาตกรคือ “นายสุพรชัย” หรือฉายา “แป๊ก ปากหวาน” อายุ 31 ปี ฆาตกรข่มขืนต่อเนื่อง ซึ่งรับสารภาพว่าก่อนเกิดเหตุได้ดื่มเบียร์เข้าไป ก่อนเดินไปยังบ้านผู้ตายพบเห็นเด็กสาวนอนหลับอยู่คนเดียว จึงใช้กำลังล่วงละเมิดทางเพศ และกลัวเหยื่อจดจำใบหน้าได้จึงตัดสินใจฆ่าปิดปากด้วยการบีบคอจนขาดใจตายคามือแล้วจึงหลบหนีออกจากพื้นที่ สาเหตุที่ต้องเชือด “กลัวว่าเผื่อเค้าร้องและหวาดระแวงว่ารุ่งเช้าน้องจะมาแจ้งความ”

 

นอกจากนี้ จากการตรวจประวัติยังพบว่าก่อเหตุมาอย่างโชกโชน ล้วนแล้วแต่เป็นคดีข่มขืนล้วนๆ อาทิ ต้องโทษคดีข่มขืนและเพิ่งพ้นโทษปี 51 ก่อนจะก่อเหตุข่มขืนอีกปี 57 และรีบหนีมากบดานที่ฉะเชิงเทรา กระทั่งมาลงมือกับเหยื่อ ม.3 ในครั้งนี้ ส่วนฉายา "ปากหวาน" มาจากการที่ผู้ต้องหาเป็นหนุมพูดเพราะ ปากหวานกับคนทั่วๆไป

 

 

6. ผู้กองเหน่งฆ่า ผอ.อ้อย
3 สิงหาคม 60 การหายตัวไปอย่างลึกลับของ ผอ.อ้อย หรือ น.ส.จุฑาภรณ์ อายุ 37 ปี ผู้อำนวยการกองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ กลายเป็นข่าวโด่งดัง เมื่อญาติได้ออกตามหา จนเวลาล่วงเลยไปกว่า 90 วัน จึงพบโครงกระดูก เสื้อผ้าและนาฬิกาของ ผอ.อ้อย ถูกทิ้งอยู่ห่างจากฐานปฏิบัติการอนุพงศ์ กองร้อยทหารพรานที่ 2305 อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี

 

เจ้าหน้าที่สืบคดีไปสู่การจับกุมผู้กองเหน่ง หรือ ร.อ.ศุภชัย ภาโส อายุ 30 ปี ในฐานอุ้มฆ่า ผอ.อ้อย  โดยเบาะแสที่นำไปสู่การจับกุมครั้งนี้คือเส้นทางการเงินของผู้กองเหน่งที่ใช้บัญชีตัวเองในการหลอกให้ญาติ ผอ.อ้อย โอนเงินเข้ามาหลังจากการหายตัวไป ต่อมาได้บอกสาเหตุที่ต้องฆ่าเนื่องจากตนเองติดหนี้ ผอ.อ้อย จำนวนกว่า 5 แสนบาท โดยกล่าวว่า ผอ.อ้อย ได้ข่มขู่หากไม่คืนเงินจะทำเรื่องฟ้องผู้บังคับบัญชา

 



7. สิบเอกหึงโหดฆ่าเผา "น้องพลอย"
เรื่องราวความรักที่สุดท้ายเปลี่ยนเป็นความแค้น เหตุจากการปันใจให้คนอื่นเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการฆาตกรรมสุดเหี้ยมโหด คดีการหายตัวไปกว่า 3 ปี ของ น้องพลอย หรือ น.ส.พลอยรินทร์ ผลิผล อายุ 28 ปี โดยนางพัชรี ปั้นทอง ผู้เป็นแม่ที่เฝ้ารอคอยลูกสาวร้อนใจจนต้องเข้ายื่นหนังสือร้องต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เพื่อให้เร่งรัดติดตามจับกุมคนที่ลักพาตัวลูกสาวไปกว่า 3 ปี

 

สุดท้ายนำไปสู่การจับกุมอดีตสิบเอกพลกฤต วิเศษ ทหารสังกัดศูนย์การทหารปืนใหญ่ลพบุรี เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 60 ที่ได้ทำการอุ้มน้องพลอยอดีตแฟนสาวก่อนนำตัวไปฆ่าและเผาอำพรางศพทิ้งในเขตอำเภอแก่งคอย จ.สระบุรี ซึ่งสาเหตุทั้งหมดเกิดจากความหึงหวงอ้างว่าเพราะน้องพลอยตีตัวออกห่าง หลังทราบว่าตนมีภรรยาแล้ว โดยอ้างสาเหตุที่ต้องปลิดชีวิตว่า "น้องพลอย พยายามตีตัวออกห่างและมีปัญหาทะเลาะกันหลายเรื่อง จึงทำร้ายน้องพลอยและบีบคอจนถึงแก่ความตาย"

 

 

8. แทงสาววุฒิศักดิ์ อายุ 19  เปลือยท่อนล่างดับ
24 กันยายน 60 เจ้าหน้าที่พบศพ น.ส.ประภาพร วรวงศ์ หรือ เมย์ อายุ 19 ปี พนักงานคลินิกเสริมความงามชื่อดัง ถูกแทงทั่วร่างกว่า 20 แผล สภาพศพเปลือยท่อนล่างเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ภายในห้องพัก จ.นนทบุรี โดยมือมีดคือนายธีระพงศ์ หรือ หนุ่ม  อายุ 29 ปี เพื่อบ้านที่อยู่ไม่ไกลกันและแอบชอบผู้ตายมานานแล้ว เมื่อมีโอกาสครั้งแรกจึงแอบงัดเข้าไปในห้องผู้ตาย พบกุญแจสำรองวางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งจึงหยิบเก็บไว้

 

กระทั่งวันเกิดเหตุได้ไขประตูกลับเข้าไปใหม่แล้วรอผู้ตายกลับมาโดยซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำ พอเห็นผู้ตายนอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนที่นอน เลยใช้มีดจี้หวังข่มขืน แต่ผู้ตายร้องเสียงดังเลยจ้วงแทงไม่ยั้งจนแน่นิ่ง พอฟื้นขึ้นมาก็แทงซ้ำอีกจนเสียชีวิต และในขณะนั้นยังพยายามถอดกางเกงเหยื่อออกเพื่อข่มขืน แต่สุดท้ายทำไม่ได้เพราะเลือดไหลมากเกินไป จนอวัยวะเพศไม่แข็งตัว จึงเปลี่ยนใจขโมยของแล้วหลบหนี

 

 

9. ฆ่ายกครัว 4 ศพ โดนฟันไม่เลี้ยง
28 พฤศจิกายน 60 พบศพผู้เสียชีวิต 4 ศพ ถูกฟันด้วยของมีคมตามร่างกายจนเสียชีวิต ประกอบไปด้วย นายนำพล (สามี) อายุ 30 ปี ,น.ส.มุกดา (ภรรยา) อายุ 27 ปี ,ด.ญ.เอ อายุ 5 ปี (ลูกสาว) ,นายประสงค์ อายุ 50 ปี บิดาของ.ส.มุกดา ทั้งหมดเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านพักคนงานกรีดยางกลางสวนยางพารากลางหุบเขา จ.ประจวบคีรีขันธ์ ห่างจากชายแดนประเทศพม่าประมาณ 4 กิโลเมตร 

 

เบาะแสที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพบก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ตั้งวงดื่มเหล้ากับคนงานชาวมอญ 5 คน ก่อนที่ผู้ตายจะมีปากเสียงกันเรื่องทวงเงิน 2,000 บาท ที่ฆาตกรได้หยิบยืมไปแล้วไม่คืนจึงก่อเหตุฆ่ายกครัว

 

 

10. ว่าที่เจ้าบ่าวฆ่าโหด ยิงดับหมอปอ 
เป็นเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่มีจุดเริ่มต้นมาจากความรักอีกแล้ว แต่เป็นความรักที่ไม่ลงตัว คดีสะเทือนขวัญส่งท้ายปีเมื่อว่าที่เจ้าบ่าวฆ่าโหดว่าที่เจ้าสาวก่อนถึงวันแต่งงานเพียงแค่ 5 วัน เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 60 พบศพ นางสาวนนทิญา หรือหมอปอ อายุ 25 ปี พนักงานทันตกรรมสาธารณสุข รพ.สต.สลุย จ.ชุมพร นอนเสียชีวิตสภาพศพถูกยิงกลางอกด้วยปืนลูกซอง

 

ฆาตกรคือ นายรณชัย หรือ เก่ง อายุ 26 ปี เจ้าหน้าที่การไฟฟ้า แฟนหนุ่มของผู้ตาย โดยได้สารภาพเหตุของการสังหารในครั้งนี้ว่า ไม่ต้องการที่จะเข้าพิธีแต่งงานกับผู้ตาย เนื่องจากว่ามีหญิงสาวคนอื่น ซึ่งเป็นบุคคลที่สามในชีวิตเข้ามาแทนที่ ทำให้เกิดอารมณ์ชั่ววูบตัดสินใจก่อเหตุ

 

โดยกล่าวว่า ตนเอง "ไม่รัก ไม่อยากแต่งงาน" ส่วนกิ๊กสาวของนายเก่งอายุ 23 ปี ทำงานอยู่ที่เดียวกันและมีฐานะค่อนข้างดี ทั้งคู่แอบคบหากันมากว่า 1 ปีแล้ว ในวันเกิดเหตุกิ๊กสาวเป็นคนขับรถพานายเก่งมาหาหมอปอและเป็นผู้จัดหาอาวุธมาให้ด้วยจึงโดนข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน 

 


 


เรียบเรียงโดย : สุกันยา บุญซ้วน