มาแล้วรายแรก!?! ม.รามพูดจริง-ทำจริง...ลูกเกษตรกรรับทุนเรียน ขอเป็นอัยการ ภูมิใจได้ช่วยน้องๆรอดชีวิต แม้น้ำท่วมนาข้าวจมเกือบ10ไร่?!?

Publish 2018-07-17 14:45:50


จากกรณีผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้ออกมาเปิดเผยถึงการเข้าช่วยเหลือชีวิต 13 ทีมหมูป่าอคาเดมีที่ผ่านมา ซึ่งมีเกษตรกรจำนวนมากยอมเสียสละไร่นาของตนที่กำลังเพาะปลูก ให้เป็นสถานที่รับน้ำจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย เพื่อช่วยชีวิตเยาวชนและโค้ชให้ปลอดภัย จนมีส่วนทำให้ปฏิบัติการช่วยเหลือครั้งนี้สำเร็จลงด้วยดี และมีหลายภาคส่วนหยิบยื่นมือเข้าไปให้ความช่วยเหลือน้ำใจที่เสียสละของเกษตรกร



 

 

 

ทั้งนี้มหาวิทยาลัยรามคำแหงขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือชาวเกษตรกรทั้ง 3 ตำบล รวมพื้นที่ 1,200 ไร่ โดยจะมอบทุนการศึกษาสำหรับลูกเกษตรกรในพื้นที่ดังกล่าวที่จะสมัครเป็นนักศึกษา ม.ร.ในภาค 1/2561 นี้ ให้เรียนฟรีจนจบการศึกษาหลักสูตรปริญญาตรี ณ มหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการฯ จังหวัดเชียงราย รวมถึงผู้ที่กำลังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยรามคำแหงสาขาฯเชียงราย ก็จะยกเว้นค่าเล่าเรียนตลอดหลักสูตรจนจบการศึกษาด้วย เพื่อให้การศึกษาเป็นพื้นฐานสำคัญของชีวิต และสนับสนุนในการทำความดีของมนุษยชนต่อไป

 

 



 

 

       ล่าสุดรศ.ปรีชา พหลเทพ รองอธิการบดีฝ่ายวิทยบริการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีผู้มาสมัครเพื่อรับทุนดังกล่าวเป็นรายแรก คือ นายปกรณัม เตชะชื่นเยาว์ธานี ลูกของเกษตรกร ต.บ้านด้าย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ผู้ประสบภัยน้ำท่วมไร่นาเสียหาย 8 ไร่ จากการระบายน้ำออกจากถ้ำหลวง โดยใช้วุฒิ ปวส. สมัครเข้าเรียนคณะรัฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการฯ จังหวัดเชียงราย

 

 

ขณะที่ นายปกรณัม เตชะชื่น เยาว์ธานี ซึ่งเป็นบุตรของนายเมือง เยาว์ธานี และนางบัวผัน เยาว์ธานี เกษตรกรจากพื้นที่ดังกล่าว เปิดเผยด้วยว่า จากปฏิบัติการกู้ชีวิตหมูป่าออกจากถ้ำหลวง ครอบครัวของตนเป็นครอบครัวหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการสูบน้ำออกจากถ้ำเพื่อช่วยชีวิตเด็กๆ และโค้ช แม้ที่ดินทำนาจะถูกน้ำท่วม แต่ก็คิดว่าการทำความดี มีส่วนช่วยเหลือชีวิตคนเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากกว่า และผลกระทบที่ครอบครัวได้รับก็คุ้มค่าเมื่อผู้ประสบภัยทั้ง 13 ชีวิตปลอดภัย

 

 

       “ กรณีนี้มีหลายภาคส่วนยื่นมือเข้าช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่รับน้ำ รัฐบาลมอบเงินชดเชยให้แก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงทุนการศึกษาที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงมอบให้ ผมเองเคยสมัครเรียนที่รามคำแหง ส่วนกลาง หลังเรียนจบ ปวช. แต่เรียนได้เพียงเทอมเดียวก็ลาออกเพราะยังปรับตัวไม่ได้ ดีใจที่วันนี้ได้กลับมาเรียนรามฯอีกครั้ง จะได้เติมเต็มความรู้ด้านรัฐศาสตร์ พร้อมเรียนคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ที่ใกล้จะเรียนจบแล้ว ควบคู่ไปด้วย ตั้งใจจะเป็นอัยการ และตั้งใจจะศึกษาหาความรู้ไปตลอดชีวิต

 

 

ขอบคุณมหาวิทยาลัยรามคำแหงที่ให้โอกาสทางการศึกษา ที่จะช่วยทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น และขอเป็นกำลังใจให้มหาวิทยาลัยมีพัฒนาการที่ดี มีความก้าวหน้ายิ่งขึ้นอีก เพื่อเป็นสถาบันการศึกษาที่ช่วยเหลือสังคมด้านการศึกษาต่อไป”

 

 

 

 

ขอบคุณ : PR.ramkhamhaeng university


เรียบเรียงโดย : ศิริพงษ์ หนูแก้ว